เสียงตอบรับจากสารคดี Unlawful Killing
- Details
- Published on Sunday, 15 May 2011 14:19
- Written by Super User
กลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้ว สำหรับการออกฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ของ Unlawful Killing สารคดีตีแผ่การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า เพราะขณะที่กลุ่มผู้ซื้อภาพยนตร์ต่างออกมาชื่นชมตัวหนัง แต่สื่อออกมาวิจารณ์ถึงความเที่ยงตรงของเนื้อหากันไม่น้อย
การเปิดเผยอดีตของเจ้าฟ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระสวามีของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ผู้สืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษที่เป็นชาวเยอรมันว่ามีภูมิหลังอันเกี่ยวโยงกับพรรคนาซี ถือเป็นหนึ่งข้อมูลมุ่งร้ายสมาชิกของราชวงศ์วินด์เซอร์ซึ่งอยู่ในสารคดีเรื่อง Unlawful Killing ที่พยายามตีแผ่เบื้องหลังการสอบสวนคดีการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า หลังจากถูกตัดสินว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากความมึนเมาของคนขับรถเท่านั้น ภายในเรื่องกล่าวหาว่าเจ้าฟ้าชายฟิลิปคือเบื้องหลังอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตเจ้าหญิงไดอาน่าเมื่อปี 1997 เนื่องจากราชวงศ์วินด์เซอร์ไม่ต้องการให้เจ้าหญิงสมรสกับพระสหายคนสนิทซึ่งเป็นมุสลิม และโจมตีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าฟ้าหญิงมาร์กาเร็ตว่าอยู่เบื้องหลังการคุกคามสื่อจากการเปิดเผยความจริงต่อสาธารณชน โดยในเรื่องมีการรวบรวมข้อมูลจากบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง “เพียร์ส มอร์แกน” พิธีกรชื่อดัง, “โทนี เคอร์ติส” นักแสดง , “คิตตี้ เคลลี” นักเขียนชีวประวัติคนดัง และ “โอลิเวอร์ เจมส์” นักจิตวิทยา ที่กล่าวหาว่าเจ้าฟ้าชายฟิลิปทรงประชวรด้วยโรคทางจิต หลังจากออกฉายเป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปฎิกริยาของตัวแทนซื้อขายภาพยนตร์ซึ่งส่วนใหญ่รับรู้เรื่องดังกล่าวเป็นครั้งแรกต่างเป็นไปในแง่บวก หลายคนเชื่อในสิ่งที่ผู้สร้างนำเสนอ เช่นเดียวกับสื่อมวลชนคนนี้ที่ยอมรับว่าเมื่อนำข้อมูลมารวมเป็นสารคดีความยาว 90 นาที ทำให้ตัวหนังออกมาน่าสนใจยิ่งขึ้น แตกต่างจากความรู้สึกของสื่อมวลชน ซึ่งถูกโจมตีว่าร่วมกันปิดบังข้อเท็จจริงจากสาธารณชนเพราะกลัวการคุกคามจากราชวงศ์ ซึ่ง “เอ็มม่า โจนส์” จากสำนักข่าวเอพีเผยว่าผลงานเรื่องนี้คือการหมิ่นประมาทวิชาชีพนักข่าว ส่วนนักวิจารณ์ภาพยนตร์ของหนังสือพิมพ์เดลี เมล์ อย่าง “บาซ บามิงโบเย่” ชี้ว่าเป็นสารคดีที่ย่ำแย่และไม่ได้นำเสนออะไรใหม่ ขณะที่ “มาร์ติน เกรกอรี่” ผู้สื่อข่าวและเจ้าของงานประพันธ์ Diana The Last Days ระบุว่าสารคดีมูลค่ากว่า 4 ล้านเหรียญที่มีนายโมฮัมหมัด อัล ฟาเยดเป็นผู้สนับสนุนเพียงรายเดียว คือผลงานที่สนับสนุนทฤษฐีสมคบคิดที่สร้างขึ้นมาโดยมหาเศรษรฐีผู้สูญเสียลูกชายไปกับเหตุการณ์ครั้งนั้นเท่านั้น ด้าน “คีธ อัลเลน” ผู้กำกับสารคดีเรื่องนี้เผยว่าเตรียมใจกับเสียงวิจารณ์มาก่อนแล้ว ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า แม้ภาพยนตร์จะชี้นำว่าการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่าเป็นการจัดฉาก แต่ส่วนตัวแล้วกลับไม่คิดว่ามีใครต้องการให้สตรีผู้เปรียบเสมือนเจ้าหญิงของประชาชนต้องเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า เหตุการณ์ในคืนนั้นเป็นผลจากความผิดพลาดของใครซักคนที่พยายามจะให้บทเรียนบางอย่างกับเธอ แต่ลงท้ายกลับกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ไม่มีใครคาดคิด











